Posted on

ปักหมุด 5 สถานที่ขอพรเรื่องงานในเมืองกรุง ปังชัวร์ไม่มีมั่วแน่นอน

ขอพรเรื่องงาน

อดีตที่ผ่านมาแม้มันจะขรุขระบ้าง ล้มเหลวบ้างก็ไม่เป็นไรถือว่าเป็นสัจธรรมของชีวิตที่ทุกคนต้องพบเจอ แต่จงท่องไว้ค่ะว่าอนาคตฉันต่อจากนี้ต้องดีกว่าเดิม ต้องสู้ !! ซึ่งบางเรื่องก็อาจต้องพยายามอย่างหนัก และมีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ถึงจะต้องใช้เวลาเนิ่นนานแค่ไหนแต่ร้านพวงหรีด Wreath Station ก็อยากให้ทุกคนลุกขึ้นมาสู้จนถึงที่สุดนะคะ

สำหรับใครที่ตอนนี้กำลังมีปัญหาหนักใจหรือมีมรสุมพัดเข้ามาในชีวิตไม่หยุดไม่หย่อน และไม่รู้จะหันไปทางไหนดี ลองหันมาพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันดูไหมคะ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องลองด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องลองด้วยคาถา เพื่องานและเงินที่ดีในอนาคต ลองเสี่ยงสักทีก็ไม่มีอะไรเสียหาย

สถานที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนมาไหว้ขอพรมากมาย

 

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราพูดถึงอยู่นั้น คือ สถานที่ที่ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างการันตีว่าเดินทางไปขอพรแล้วสมหวังสมปรารถนากันจริง วันนี้เราก็เลยรวบรวม 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพฯ ที่เขาว่ากันว่าไปแล้วปังมาฝากทุกคนกัน จะมีที่ไหนบ้างนั้นอย่ารอช้าไปดูกันเลยค่า

#1 วัดเล่งเน่ยยี่ หรือ วัดมังกรกมลาวาส

 

วัดมังกรกมลาวาส

Cr.https://th.wikipedia.org/wiki/วัดมังกรกมลาวาสฟ#/media/ไฟล์:วัดมังกรกมลาวาส_ตุลาคม_2563.jpg

 

     เชื่อว่าคงไม่มีใครในที่นี้ไม่รู้จักวัดเล่งเน่ยยี่แห่งนี้อย่างแน่นอนโดยเฉพาะสายมู เพราะถือเป็นวัดที่คนไทยหรือคนไทยเชื้อสายจีนต่างพากันมาแก้ปีชงและสะเดาะเคราะห์กันทุกปีตามความเชื่อที่มีมาอย่างยาวนาน แต่ทุกคนรู้ไหมคะว่าวัดเล่งเน่ยยี่ เป็นวัดที่อยู่ในสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย โดยคำว่า “เล่ง” หากแปลเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า มังกร ส่วนคำว่า “เน่ย” แปลว่า ดอกบัว และคำว่า    “ยี่” แปลว่า วัดนั่นเอง ส่วนชื่อ “มังกรกมลาวาส” ถือเป็นชื่อทางการที่ได้รับพระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 130

ซำป้อฮุกโจ้ว สามพระประธานประจำวัดมังกรกมลาวาส

Cr.https://www.facebook.com/Wat.Mangkonkamalawat.Temple/photos/804109123648040/

 

คนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาที่วัดหากไม่ไปแก้ปีชงก็จะไปขอพรเรื่องความสำเร็จในหน้าที่การงาน สุขภาพ โชคลาภ เพราะภายในอุโบสถของที่นี่มีพระพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่ 3 พระองค์ด้วยกัน หรือที่เรียกว่า    “ซำป้อฮุกโจ้ว” ซึ่ง “ซำ” แปลว่า 3 “ป้อ” แปลว่า รัตน “ฮุกโจ้ว” แปลว่า พระพุทธเจ้า ประกอบไปด้วย

 

  • พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า (องค์กลาง) มีความเชื่อว่าท่านสามารถช่วยในเรื่องหน้าที่การงาน ความสำเร็จและครอบครัวให้สมปรารถนาได้

 

  • พระอมิตาภพุทธเจ้า (องค์ขวา) ผู้เป็นพระธยานิพุทธเจ้าผู้สถิตในดินแดนสุขาวดี เชื่อว่าหากเราผู้ซึ่งเป็นมนุษย์ล่วงลับและอยากไปเกิดในดินแดนที่มีแต่ความสุขปราศจากทุกข์ ให้ภาวนาถึงท่านแล้วพระองค์จะเสด็จมารับ หรือหากใครอยากมีความสุขความเจริญก็สามารถอธิษฐานตอนมีชีวิตอยู่เพื่อให้ท่านประทานพรก็ได้เช่นกัน

 

  • พระไภษัชยคุรุไวฑูรยพุทธเจ้า (องค์ซ้าย) ถือเป็นพระพุทธเจ้าแห่งการแพทย์ ที่มี 18 อรหันต์และมียาที่รักษาทุกโรค มีความเชื่อว่าท่านจะช่วยประทานพรให้สุขภาพแข็งแรงและมีหมอฝีมือดีมาช่วยรักษา

 

นอกจากพระพุทธเจ้าทั้ง 3 องค์นี้แล้ว วัดเล่งเน่ยยี่ยังมีเทพเจ้าองค์ไฉ่สิ่งเอี๊ย ที่เป็นเทพแห่งด้านโชคลาภและเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ มั่งคั่ง ร่ำรวยอีกด้วย

 

ใครที่ต้องการขอพรเรื่องหน้าที่การงาน การเงิน สุขภาพ สามารถเดินทางมาที่วัดเล่งเน่ยยี่ ที่ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ระหว่างซอยเจริญกรุง 19 และ 21 ได้เลยนะคะ

#2 วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

 

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

Cr.https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/a/a9/วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร_เขตพระนคร_กรุงเทพมหานคร_%2812%29.jpg/1024px-วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร_เขตพระนคร_กรุงเทพมหานคร_%2812%29.jpg

 

     สำหรับวัดนี้หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยได้เดินทางไปกราบไหว้สักการะกันสักเท่าไร วัดชนะสงครามถือเป็นวัดพระอารามหลวงที่มีประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามากราบไหว้กันต่อเนื่องตลอดทั้งปีเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งที่มาของชื่อวัดมาจากการที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์แล้วถวายเป็นพระอารามหลวงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดชนะสงคราม” เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงมีชัยชนะต่อพม่าในการรบทั้ง 3 ครั้งนั่นเอง

พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ ภายในอุโบสถวัดชนะสงคราม

Cr.https://th.wikipedia.org/wiki/พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์#/media/ไฟล์:Phra_Phuttha_Nora_Si_Trilokachet.jpg

 

สาเหตุที่ทุกคนควรมา ณ ที่แห่งนี้ เพราะภายในพระอุโบสถมี “พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหธิศักดิ์ ปูชนียะชยันตะโคดม บรมศาสดาอนาวรญาณ” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อปู่” ประดิษฐานอยู่ และเชื่อกันว่าท่านมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก เพราะมีตำนานเล่าขานต่อ ๆ กันมาว่าเมื่อครั้งสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทออกรบ ท่านมักจะเสด็จมาสักการะพระพุทธรูปองค์นี้อยู่เสมอ และได้รับชัยชนะกลับมาทุกครั้ง

 

อีกทั้งวัดนี้ยังถูกจัดว่ามีพระภิกษุสามเณรที่สามารถสอบเปรียญธรรมได้ปีละจำนวนมาก และสอบเปรียญ 9 ประโยคได้มากกว่าวัดอื่น ถือว่าเป็นวัดที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาปริยัติธรรมอยู่เสมอไม่มีเปลี่ยนแปลง 

 

ดังนั้น ใครที่กำลังทำการแข่งขันกับผู้คนจำนวนมาก เช่น สมัครงาน การฟ้องร้องเพื่อเอาชนะคดีความ เดินทางมาที่วัดชนะสงคราม ที่ตั้งอยู่บนถนนจักรพงษ์ ใกล้กลับบางลำพู ถนนข้าวสารได้เลย เพื่อชัยชนะอย่างที่ใจต้องการได้เลยนะคะ

#3 ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ

 

ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ

Cr.https://th.wikipedia.org/wiki/ศาลท้าวมหาพรหม_โรงแรมเอราวัณ#/media/ไฟล์:Phra_Phrom_at_Erawan_Shrine.jpg

 

     สถานที่ขอพรแห่งที่ 3 อย่างศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณนี้ ถือเป็นศูนย์รวมใจของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเลยทีเดียว เพราะท่านขึ้นชื่อเรื่องการบันดาลพรให้ผู้คนสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา 

 

ซึ่งการกำเนิดของศาลแห่งนี้เริ่มต้นเมื่อครั้งที่มีการก่อตั้งโรงแรมเอราวัณขึ้นบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ในช่วงแรกมักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมาย และเมื่อถึงเวลาหาฤกษ์เปิดโรงแรม พลเรือตรี หลวงสุวิชานแพทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิในการนั่งทางในได้ท้วงติงว่าโรงแรมแห่งนี้ไม่ได้มีการทำพิธีบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณนั้นก่อนทำการสร้าง อีกทั้งการวางศิลาฤกษ์ก็ไม่ถูกต้อง และชื่อของโรงแรมก็เป็นชื่อช้างทรงของพระอินทร์อีกด้วย จึงต้องทำการบวงสรวงอย่างถูกต้องและสร้างศาลพระพรหมแห่งนี้ขึ้นมาทันทีหลังจากโรงแรมก่อสร้างเสร็จ

 

พระพรหมถือเป็นเทพประจำทิศเบื้องบน ผู้มีอำนาจลิขิตชะตาชีวิตของทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ดังนั้น ใครที่บูชาท่านอยู่เสมอท่านก็จะประทานพรให้สมหวังเช่นกัน และมีความเชื่อว่าถ้าใครมีการบนบานสานกล่าวด้วยละครรำก็จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการ ดังจะเห็นได้จากที่มีการร่ายรำละครชาตรีทุกวันตรงหน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์

 

หากใครที่อยากไปไหว้ขอพรที่ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ เราขอแนะนำว่าควรไหว้ให้ครบทั้ง 4 พระพักตร์เลยนะคะเพื่อที่จะได้รับพรครบทุกประการ โดยเริ่มจากพระพักตร์กลาง และเวียนไปตามเข็มนาฬิกาจนกลับมาที่จุดเดิม เพราะแต่ละพระพักตร์จะส่งผลที่ต่างกันนั่นเองค่ะ

#4 ศาลกรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์

 

ศาลกรมหลวงชุมพร

Cr.https://mgronline.com/travel/detail/9550000116994

 

     สถานที่ขอพรแห่งที่ 4 อย่างศาลกรมหลวงชุมพร เป็นสถานที่ลับอีกหนึ่งแห่งที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากไม่แพ้กับสถานที่แห่งอื่น ๆ เลย เพราะท่านกรมหลวงชุมพร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “เสด็จเตี่ย” พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 5 เป็นทหารเรือและหมอยา (หมอพร) ที่มีความเมตตาต่อผู้คนทั่วไปโดยไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ

 

ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิต พระจริยวัตรที่สำคัญคือความไม่ถือพระองค์ที่ทรงแสดงให้ทุกคนได้เห็นตลอดพระชนม์ชีพ ซึ่งมีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่าท่านทรงรักและเอาพระทัยใส่ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งในและนอกเวลางาน ทำให้พวกเขาเหล่านั้นพร้อมที่จะจงรักภักดีท่านตลอดชีวิต อีกทั้งยังทรงเป็นกันเองโดยทรงเรียกขานพระองค์เองว่า “พ่อ” หรือ “เตี่ย” ทำให้สามัญชนคนธรรมดาสามารถเข้าถึงและรู้สึกว่าตนเองเป็นลูกของท่านจริง ๆ 

 

เมื่อครั้งกรมหลวงชุมพรสิ้นพระชนม์ ความดีงามของท่านได้ถูกเล่าขานสืบต่อกันมา จนกลายเป็นความเชื่อว่าพระวิญญาณยังคงอยู่คุ้มครอง รับฟังทุกข์ร้อนของลูก ๆ และคอยช่วยเหลือให้ลูกของท่านทุกคนสมปรารถนาเหมือนครั้งที่ท่านยังคงดำรงพระชนม์ชีพ

 

ศาลกรมหลวงชุมพร

Cr.https://www.rmutp.ac.th/web2553/2014/03/รักษาราชการแทนอธิการบด/

 

หากใครที่ต้องการเดินทางไปไหว้สักการะท่านกรมหลวงชุมพร ต้องบอกก่อนว่าศาลของท่านมีถึง 217 แห่งทั่วประเทศไทย แต่สำหรับชาวเมืองกรุง Wreath Station ขอแนะนำ 2 แห่ง คือ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่สวนลุมไนซ์บาซ่า ริมถนนวิทยุ และหน้าวิทยาเขตพณิชยการพระนคร ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต เพื่อน ๆ ใกล้ที่ไหนไปที่นั่นเลยค่ะ

#5 ศาลพระพิฆเนศสี่แยกห้วยขวาง (เทวาลัยพระพิฆเนศ)

 

ศาลพระพิฆเนศ

Cr.https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/2/26/Ganesh_Shrine_at_Huai_Khwang%2C_Bangkok_ศาลพระพิฆเนศ_สี่แยกห้วยขวาง_%28April2021%29_02.jpg/1024px-Ganesh_Shrine_at_Huai_Khwang%2C_Bangkok_ศาลพระพิฆเนศ_สี่แยกห้วยขวาง_%28April2021%29_02.jpg

 

     สถานที่ขอพรอันศักดิ์สิทธิ์แห่งสุดท้ายที่เราอยากจะแนะนำทุกคน คือ ศาลพระพิฆเนศห้วยขวาง ที่ท่านอาจารย์สุชาติ รัตนสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งศาลเทพเจ้าต่าง ๆ เป็นคนสร้างขึ้น สาเหตุของการสร้างคือสมัยก่อนบริเวณนั้นมักเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง อาจารย์สุชาติจึงมีความเห็นว่าควรมีองค์เทพตั้งไว้เพื่อเป็นการแก้เคล็ด จึงมอบองค์พระพิฆเนศวรมาประดิษฐานในบริเวณนั้นนั่นเองค่ะ

 

พระพิฆเนศองค์นี้ มีลักษณะเป็นปางยืนประทานพร 1 เศียร 4 กร ซึ่งแต่ละกรทรงถือบ่วง ถือวัชระ (สายฟ้า) ถืองา และถือขนมโมทกะ ประดิษฐานในลักษณะทรงมุทราหรือท่ายืนประทานพรบนดอกบัวบาน ซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็นพระพิฆเนศที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดองค์หนึ่งในประเทศไทยเลยค่ะ

 

นอกจากพระพิฆเนศอันเป็นเทพเจ้าศาสนาพราหมณ์ที่เลื่องชื่อในด้านเทพแห่งความสำเร็จในด้านหน้าที่การงาน การเรียน อาชีพและสติปัญญาแล้ว ศาลแห่งนี้ยังมีเทพอีกหลายองค์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพระราหู ที่เด่นในเรื่องโชคลาภและคุ้มครองหากเกิดภัยอันตราย พระตรีมูรติ ที่เด่นในเรื่องการขอพรด้านความรัก พระศิวะและพระแม่อุมาเทวี ที่เด่นในเรื่องการขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข รักใคร่ปรองดองกันอีกด้วย

 

ใครอยากไปขอพรที่ศาลพระพิฆเนศห้วยขวาง สามารถตรงดิ่งไปได้เลยที่สี่แยกห้วยขวาง ถนนรัชดาภิเษก ตัดถนนประชาสงเคราะห์ จะไปช่วงเวลาไหนก็ได้เพราะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่เราขอแนะนำให้ไปในช่วงเช้าและตอนดึกเพราะคนจะมาขอพรกันค่อนข้างน้อยกว่าตอนกลางวันค่ะ

 

อ่านจบครบทั้ง 5 แห่งแล้ว อย่าลืมจดลิสต์และปักหมุด GPS ตรงดิ่งไปขอพรกันนะคะ รับรองความปรารถนาต้องสำเร็จสมดั่งที่ใจหวังไว้แน่นอน

และถ้าใครต้องการแสดงความอาลัยต่อผู้ล่วงลับ อย่าลืมนึกถึงพวงหรีดดอกไม้สดดีไซน์ทันสมัยและแปลกใหม่ ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่อย่าง Wreath Station กันนะคะ

พวงหรีดดอกไม้สดร้าน Wreath Station

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

four − two =